ข้าวสารเก็บมิดชิด "มอด" มาจากไหน? เฉลยความลับ สัตว์ตัวจิ๋วฉลาดกว่าที่มนุษย์คิด

ข้าวสารเก็บมิดชิด "มอด" มาจากไหน? เฉลยความลับ สัตว์ตัวจิ๋วฉลาดกว่าที่มนุษย์คิด

ข้าวสารเก็บมิดชิด "มอด" มาจากไหน? เฉลยความลับ สัตว์ตัวจิ๋วฉลาดกว่าที่มนุษย์คิด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ข้าวสารเก็บมิดชิด "มอด" มาจากไหน? เฉลยความลับ สัตว์ตัวจิ๋วฉลาดกว่าที่มนุษย์คิด

ใครที่เคยเข้าครัวทำอาหารเอง คงต้องเคยเจอกับประสบการณ์ชวนปวดหัวอย่างการซื้อข้าวสารมาตุนไว้ แต่พอทิ้งไว้สักพัก กลับมีเจ้าแมลงตัวเล็กๆ สีดำคล้ำ คลานยั้วเยี้ยเต็มถังข้าว ซึ่งเราเรียกกันติดปากว่า "มอดข้าว" ทั้งที่ตอนซื้อมา ถุงข้าวสารก็ปิดผนึกมิดชิดสนิทแน่น และมองไม่เห็นตัวแมลงเลยสักตัว แล้วทำไมพอเก็บไว้แปบเดียวมอดถึงโผล่มาได้? มันมาจากไหน? แล้วข้าวที่ขึ้นมอดแล้วยังกินได้อยู่ไหม? วันนี้เรามีคำตอบครับ

มอดที่ขึ้นในข้าวสาร แท้จริงแล้วคือตัวอะไร?

หากลองสังเกตดูเจ้ามอดข้าวเหล่านี้ดีๆ (ตัวยาวประมาณ 2-3 มิลลิเมตร ลำตัวแข็ง) หรือส่องด้วยแว่นขยาย จะพบความน่าสนใจว่า บริเวณส่วนหัวของมันจะมีส่วนที่ยื่นยาวออกมาคล้ายกับ "งวงช้าง" มันจึงมีชื่อเรียกในทางวิทยาศาสตร์ตระกูล "ด้วงงวง" (Weevil) 

มอดที่พบในข้าวสารหลักๆ มีอยู่ 2 ชนิด คือ มอดข้าวสาร (Rice Weevil)  และ มอดข้าวโพด (Maize Weevil) ซึ่งทั้งสองชนิดนี้เป็นญาติสนิทที่หน้าตาคล้ายกันมากจนแยกด้วยตาเปล่าแทบไม่ออก

พฤติกรรมเด่นของพวกมันคือ ชอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกมุม และชอบ "แกล้งตาย" พอเราเอาแตะปุ๊บ มันจะนิ่งสนิททันที ทำให้เวลาเราเปิดดูผิวหน้าของข้าวสาร มักจะไม่ค่อยเห็นตัวพวกมัน ต้องลองคุ้ยหรือขยับถังข้าวดูถึงจะเจอ

มอดเข้าไปอยู่ในถุงข้าวได้ยังไง?

วงจรชีวิตของมอดข้าวจะอยู่ที่ประมาณ 20-50 วัน โดยทั่วไปไข่ของมอดจะเริ่มฟักเป็นตัวหนอนในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม และเจาะเข้าไปอาศัยอยู่ภายในเมล็ดข้าว ดังนั้นเราจึงมักจะพบมอดระบาดหนักที่สุดในช่วงฤดูร้อน (ช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม)

ตอนที่มอดวางไข่ มันจะใช้ปากเจาะเมล็ดข้าวให้เป็นรู จากนั้นจะหย่อนไข่ลงไปในเนื้อข้าว แล้วหลั่งสารคัดหลั่งที่มีลักษณะเหนียวๆ มาปิดปากรูเอาไว้ ทำให้ตาเปล่าของเราไม่มีทางมองเห็น ต่อเมื่ออุณหภูมิและความชื้นเหมาะสม ไข่ที่ซ่อนอยู่ข้างในก็จะฟักตัวออกมาพังเมล็ดข้าวจากภายในนั่นเอง

นอกจากมอดข้าวสารแล้ว ในข้าวส่งออกหรือคลังสินค้ายังอาจพบแมลงศัตรูพืชชนิดอื่น เช่น ด้วงงวงข้าวสาลี (Granary Weevil), มอดฝาสั้น (Khapra Beetle) และ มอดแป้ง (Red Flour Beetle) ซึ่งมอดแป้งจะมีขนาดใหญ่กว่ามอดข้าวสารเล็กน้อย และชอบกินแป้งเป็นหลัก จึงมักเจอในถุงแป้งทำขนมมากกว่า

 

3 สาเหตุหลัก: ทำไมข้าวสารในถุงมิดชิด ถึงยังมีมอดได้?

การที่ข้าวสารระบบปิดยังมีมอดขึ้น เป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้จากสาเหตุเหล่านี้ครับ:

  1. ไข่ติดมาตั้งแต่ในนาข้าว: ตั้งแต่ข้าวยังเป็นรวงอยู่ในนา เจ้าแมลงเหล่านี้ได้แอบไปวางไข่ฝังไว้ในเมล็ดข้าวเรียบร้อยแล้ว พอเราซื้อกลับมาบ้าน เมื่ออุณหภูมิห้องอุ่นขึ้น (20°C - 40°C) และความชื้นได้ที่ (65% - 95%) ไข่จะใช้เวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์ในการฟักเป็นตัว และขยายพันธุ์ต่ออย่างรวดเร็วเพราะมีอาหารล้อมรอบ

  2. มอดเก่าซ่อนตัวอยู่ในถังเก็บ: ในบ้านของเราอาจมีมอดหรือไข่มอดหลบซ่อนอยู่ตามซอกตู้ หรือในถังใส่ข้าวสารใบเดิมที่ไม่ได้ล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้ออย่างถูกต้อง พอเราเทข้าวสารเกรดถุงใหม่ลงไป มอดเก่าที่ซ่อนอยู่ก็เข้าโจมตีทันที

  3. รอดพ้นจากขั้นตอนโรงงาน: ก่อนข้าวสารจะมาถึงมือเรา ต้องผ่านทั้งการเก็บเกี่ยว สีข้าว โรงงานคัดแยก ซึ่งแม้ว่าโรงงานจะมีมาตรการป้องกัน เช่น การร่อน, การอบแห้ง, หรือการรมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดไข่ที่ฝังลึกในเมล็ดข้าวได้แบบ 100%

ข้าวสารที่ขึ้นมอดแล้ว ยังกินได้ไหม?

แม้ว่ามอดจะคอยกัดกินและลดคุณค่าทางอาหารของข้าวลงไปบ้าง แต่ข่าวดีคือ มอดข้าวไม่กัดคน ไม่แพร่เชื้อโรค และไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในมนุษย์ จึงไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ

ดังนั้น ตราบใดที่ข้าวสาร "ไม่ได้ขึ้นรา" เราแค่วิธีกำจัดตัวมอดออก แล้วนำข้าวไปซักล้างทำความสะอาดตามปกติ ก็สามารถหุงกินได้ปลอดภัยครับ ไม่จำเป็นต้องทิ้งข้าวไปทั้งถุงให้สิ้นเปลือง

เมล็ดข้าวที่ถูกมอดกัดกินจนฝ่อและบางลง เมื่อนำไปซาวมอดจะ ลอยน้ำขึ้นมา ให้เราคอยช้อนเอาเมล็ดข้าวที่ลอยน้ำและตัวมอดทิ้งไป ส่วนข้าวที่จมอยู่ก้นหม้อคือข้าวดีที่ทานได้ปกติ

วิธีป้องกันและจัดการเมื่อข้าวสารขึ้นมอด

โดยปกติ ข้าวสารแพ็คถุงสุญญากาศจากห้างสรรพสินค้าจะเก็บได้นานโดยไม่มีมอดตราบใดที่ยังไม่เปิดถุง แต่เมื่อไหร่ที่คุณแกะถุงแล้ว ให้ลองทำตามนี้

1. วิธีป้องกัน

  • ซื้อแต่พอดี ไม่ตุนเยอะ: ซื้อข้าวสารในปริมาณที่พอกินในระยะสั้น (กินเท่าไหร่ซื้อเท่านั้น) เพราะยิ่งเก็บไว้นาน โอกาสที่ไข่มอดจะฟักตัวยิ่งสูง

  • หมั่นตรวจเช็ก: คอยเปิดดูถังเก็บข้าวสารเป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือหน้าแล้งที่อากาศชื้นและร้อน

2. วิธีจัดการเมื่อมอดขึ้นแล้ว

  • แยกถุงข้าว: แยกข้าวถุงที่มีมอดออกจากโซนเก็บอาหารอื่นทันที เพื่อกันไม่ให้ลาม

  • ผึ่งลมในที่ร่ม: เทข้าวสารแผ่ออกบนเสื่อหรือถาดกว้างๆ ใน ที่ร่มที่มีลมโกรก มอดจะค่อยๆ คลานหนีออกมาเอง (สามารถใช้ตะแกรงช่วยร่อนตัวมอดออกได้)

  • ห้ามนำไปตากแดดจัดเด็ดขาด: การนำข้าวสารไปตากแดดพึ่งแดดแรงๆ จะทำให้เมล็ดข้าวแห้งกรอบแตกหักง่าย (ข้าวหัก) และเมื่อนำไปหุงจะเสียเนื้อสัมผัส ความนุ่มอร่อยจะหายไปทันที

เตือน! ข้าวสารลักษณะนี้ "ห้ามกิน" เด็ดขาด (ต่อให้ไม่มีมอดก็ตาม)

  1. ข้าวขึ้นรา (Moldy): หากข้าวสารมีความชื้นสะสมจนขึ้นรา มีจุดสีเหลือง สีดำ หรือสีเขียว ห้ามนำมารับประทานเด็ดขาด เพราะเชื้อราในข้าวอาจสร้าง สารพิษอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งตับที่อันตรายร้ายแรงและไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนจากการหุงต้ม

  2. ข้าวส่งกลิ่นเหม็นเน่าและจับตัวเป็นก้อน: หากข้าวสารโดน มอดแป้ง (Red Flour Beetle) บุกรุก แมลงชนิดนี้จะปล่อยสารคัดหลั่งที่มีกลิ่นเหม็นฉุนและเป็นอันตรายต่อร่างกายออกมา ทำให้ข้าวสารมีกลิ่นเหม็นอับ จับตัวเป็นก้อนแข็ง หากเจอสภาพนี้ให้ทิ้งทันทีครับ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล